“แด่ เชราร์ อุลลิเย่ร์ ผู้จากไป”

หลังมีส่วนร่วมกับทีมชาติฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 ในฐานะหน้าที่ผู้อำนวยการด้านเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลเมืองน้ำหอม (FFF) อีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เชราร์ อุลลิเย่ร์ ก็เข้ามารับตำแหน่งที่สโมสร ลิเวอร์พูล

ที่ฝรั่งเศส ชื่อเสียงของ อุลลิเย่ร์ ได้รับการยอมรับ แต่ที่ อังกฤษ เขากลับไม่ได้เป็นที่รู้จักของแฟนบอลมากนัก

ตอนนั้น ลิเวอร์พูล กำลังมองหาชาวต่างชาติที่เหมาะสม เพื่อฉุดให้สโมสรหลุดพ้นจากคำว่า “ทีมธรรมดาๆ” หลังเห็นพัฒนาการของ อาร์เซน่อล ที่มีโค้ชชาวฝรั่งเศส อย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ คุมทัพ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ อุลลิเย่ร์ ในวัย 50 ปี ณ ตอนนั้น ได้เข้ามาใช้ชีวิตที่เมือง ลิเวอร์พูล

ก่อนหน้าที่เขาจะทำอาชีพเป็นโค้ชฟุตบอล อุลลิเย่ร์ เคยเป็นครูและอาศัยอยู่แถบ เมอร์ซี่ย์ ไซด์ และเคยเข้ามาชมเกมที่ แอนฟิลด์ อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ตอนที่เขาเข้ามา ก็ยังมีผู้จัดการทีมอีกคนหนึ่งนั่นคือ รอย อีแวนส์

 

เดิมที อีแวนส์ คิดว่า อุลลิเย่ร์ จะเข้ามาทำหน้าที่ทดแทน รอนนี่ มอแรน ในตำแหน่งสตาฟฟ์โค้ช แต่นั่นเป็นเรื่องที่ อีแวนส์ คิดผิดอย่างสิ้นเชิง

บอร์ดบริหาร ลิเวอร์พูล มองว่าหากให้ อุลลิเย่ร์ เป็นแค่สตาฟฟ์โค้ช ทีมก็อาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการสั่งการของ อุลลิเย่ร์ จะไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่ ซึ่งตอนแรกผู้ใหญ่ในสโมสรคิดจะให้ อุลลิเย่ร์ เป็นผู้อำนวยการฟุตบอลแต่ก็มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่า อุลลิเย่ร์ ควรจะได้ทำงานในบทบาทที่สามารถพูดคุยกับนักเตะบนสนามซ้อมโดยตรงมากกว่าที่จะเป็นผอ.ฟุตบอล

แล้วบอร์ดของสโมสรก็ยืนยันว่า ลิเวอร์พูล จะมีผู้จัดการทีมร่วม ซึ่งตอนนั้นหลายคนก็แปลกใจที่สโมสรเชื่อว่าการใช้กุนซือร่วมมันเป็นประโยชน์ ไม่เพียงเท่านั้นบรรดาผู้เล่นกับผู้จัดการทีมต่างก็สับสนว่ากุนซือทั้งสองคนจะแบ่งความรับผิดชอบกันยังไง

อีแวนส์  และ อุลลิเย่ร์ ต่างมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันหลายครั้ง อาทิ เรื่องการจัดทีม หรือการเลือกใช้ผู้เล่นลงสนาม

รวมถึง การที่ อุลลิเย่ร์ สั่งห้ามเสิร์ฟไวน์ขาว โดยกำหนดให้เสิร์ฟไวน์แดงแทน แต่ก็มีบ้างที่ อีแวนส์ เห็นพ้องด้วยในเรื่องการใช้จอวัดอัตราการเต้นของหัวใจในการซ้อมและการใช้ระบบไดเอ็ทที่ทันสมัยกับนักเตะตามที่ อุลลิเย่ร์ เสนอ

แต่สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องออกไปคือ อีแวนส์ โดยฟางเส้นสุดท้ายคือเกมยูฟ่า คัพ ที่ออกไปเยือน บาเลนเซีย ซึ่งหลังจากจบนัดดังกล่าว อีแวนส์ ก็ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง

แล้วฤดูกาลนั้น(1998/99) อุลลิเย่ร์ พาทีมจบอันดับที่ 7 และหลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรๆ หลายๆ อย่างให้แก่สโมสรแห่งนี้

ในฐานะกุนซือเต็มตัวของ ลิเวอร์พูล อุลลิเย่ร์ ประกาศว่าตัวเขาเองมีแผนการที่จะพาสโมสรกลับไปเป็นทีมระดับท็อปของลีกให้ได้ภายในเวลา 5 ปี

พอเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ ปี 1999 แผนการที่เขาเคยพูดไว้ก็เริ่มขึ้น

อุลลิเยร์ ปรับปรุง สนามซ้อม เมลวู้ด ให้ทันสมัยมากกว่าเดิม และตั้งกฎระเบียบเรื่องวินัย, เรื่องโภชนาการอาหาร แก่นักเตะในทีม

เรื่องผู้เล่น อุลลิเย่ร์ ทยอยแยกแก๊ง สไปซ์บอย ออกจากกัน

เริ่มจาก ปล่อย เจสัน แม็คเคเทียร์ ออกไปก่อน จากนั้นก็ขาย พอล อินซ์, เดวิด เจมส์, สตีฟ ฮาร์กเนสส์, ร็อบ โจนส์

นักเตะอย่าง ซามี่ ฮูเปีย, ดีทมาร์ ฮามันน์, สเตฟาน อองโชซ์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์, ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์, ตีตี้ กามาร่า, เอริค ไมเยอร์ และ ฌิมี่ ตราโอเร่ ถูกดึงเข้ามา เพื่อพา ลิเวอร์พูล เดินหน้าสู่ยุคมิลเลนเนียม

ฤดูกาล 1999/00 จบลง ลิเวอร์พูล มีผลงานดีขึ้นจากปีก่อน จบอันดับ 4 ของตาราง แต่ อุลลิเยร์ ยังไม่พอใจ เขาเพิ่มขุมกำลังให้ดีขึ้น คว้าตัว มาร์คุส บับเบิ้ล, นิคกี้ บาร์มบี้, เป๊กกี้ อาร์กเฟอซัด, เกรกอรี่ วิญาล, เอมิล เฮสกีย์, แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์, อิกอร์ บิสคาน และ คริสเตียน ซีเก้

ส่วนผู้เล่นที่ออกได้แก่ โดมินิค มัตเตโอ, เดวิด ธอมป์สัน, ฟิล บ๊าบบ์, สตีฟ สตอนตัน และ สติ๊ก อิงเก้ บียอร์นบี้

และเรื่องราวความหัศจรรย์แห่ง ซีซั่น 2000/01 มันเริ่มจากจุดนี้…

ลิเวอร์พูล เดินหน้าสู่ช่วง คริสต์มาสต์ ของปี 2000 ด้วยการบุกชนะ แมนฯยูไนเต็ด 1-0 ถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อด้วยถอนแค้นอาร์เซน่อล 4-0 ในเกมถัดมา ช่วงนั้นมันเป็นเวลาที่มีความสุขของแฟนบอลลิเวอร์พูล ก่อนที่จะเจอดับฝันในคืนวันบ็อกซิ่ง เดย์ เมื่อแพ้ต่อ มิดเดิลสโบรส์ 0-1

เกมบอลถ้วย ลิเวอร์พูล เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลลีก คัพ หลังปราบ เชลซี, สโต็ค และ ฟูแล่ม

เดือนมกราคม อุลลิเยร์ ดึง ยารี่ ลิตมาเน่น เข้ามา และในศึก เอฟเอ คัพ ลิเวอร์พูล ผ่าน ร็อทเธอร์แฮม สบายๆ 3-0 และมีภารกิจ รอบรองฯ ลีก คัพ กับ คริสตัล พาเลซ และสามารถผ่าน “ดิ อีเกิ้ลส์” ได้เข้าไปชิงฯ กับ เบอร์มิงแฮม

ขณะที่ ผลงานบอลถ้วยในประเทศเดินหน้าไปได้สวย บอลยุโรป ลิเวอร์พูลก็กรุยทางสู่รอบ 5 หลังผ่าน โรม่า ประตูรวมสองนัด 2-1

เกมชิงชนะเลิศบอลถ้วยในอังกฤษ ต้องไปเตะที่มิลเลนเนียม สเตเดี้ยม ประเทศเวลส์ เนื่องจากสนามเวมบลี่ย์ กำลังอยู่ในช่วงสร้างใหม่ ชื่อชั้น คุณภาพตัวผู้เล่น ลิเวอร์พูล เป็นต่อ เบอร์มิงแฮม เยอะมาก แต่ก็เกือบไม่รอดจนท้ายที่สุดต้องไปตัดสินด้วยการดวลจุดโทษเอาชนะไป 5-4

นั่นคือแชมป์แรกของสโมสรลิเวอร์พูล ในรอบ 6 ปีเลยทีเดียว

31 มีนาคม อุลลิเยร์ พาลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด ได้อีกครั้ง และเป็นการเก็บชัย เหย้า-เยือน เหนือ คู่อริตลอดกาล จากประตูของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

จากนั้น อีก 4 วัน ลิเวอร์พูล ก็ออกเดินทางไปยังประเทศสเปน เพื่อทำศึกยูฟ่า คัพ รอบรองฯ เกมแรก กับ บาร์เซโลน่า

ลิเวอร์พูล เอาตัวรอดจาก คัมป์ นู แบบไม่เสียหาย สกอร์ 0-0 ทำให้ไม่เสียเปรียบสำหรับเกมสองที่แอนฟิลด์

นัดสองในบ้านตัวเอง แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ กลายเป็นฮีโร่ เขาสังหารจุดโทษ ผ่านมือ เรน่า เป็นประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0 โดยมีภาพที่อธิบายได้ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่พอใจกับผลการแข่งขันนี้และปฏิเสธจะแลกเสื้อกับ เจอร์ราร์ด หลังจบเกม

ส่วนศึกเอฟเอ คัพ ลิเวอร์พูล เข้าไปชิงชนะเลิศกับ อาร์เซน่อล ในเกมที่ยังอยู่ในห้วงความทรงจำของใครหลายคน

ก่อนจะเดินทางไปที่ คาร์ดิฟฟ์ อุลลิเยร์ พา ลิเวอร์พูล เร่งเครื่องไม่แพ้ใครในลีก 5 นัดติด ชนะ 4 เสมอ 1 เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก ทำประตูให้อาร์เซน่อล ขึ้นนำ ในนาที 72 ทุกอย่างเหมือนเข้าทาง อาร์เซน่อล แต่ ลิเวอร์พูล ใช้เวลาเพียง 11 นาที ทวงประตูตีเสมอ จากลูกฮาล์ฟวอลเล่ย์จ่อๆ ของ ไมเคิ่ล โอเว่น

ถัดจากนั้น 5 นาที จังหวะสวนกลับของถนัด ลิเวอร์พูล ในยุคนั้นก็แผลงฤทธิ์ แพทริก แบร์เกอร์ เปลี่ยนบอลจากรับเป็นรุก วางบอลยาวให้ โอเว่น วิ่งแซงหน้า ลี ดิ๊กซั่น ไปรับบอล และแตะบอลหนี โทนี่ อดัมส์ แล้วยิงด้วยซ้ายผ่านมือ เดวิด ซีแมน อันเป็นที่มาของประตูแซงนำ

มันเหมือนเป็นการปล้นตอนกลางวันแสกๆ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยสองรายการในประเทศ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่มีเวลาเฉลิมฉลองใดๆ ทั้งสิ้น เพราะอีก 4 วัน มีเกมนัดชิงฯที่ เวสต์ฟาเล่น สเตเดี้ยม รออยู่

คู่แข่งในนัดชิงฯ ยูฟ่า คัพ คือ อลาเบส ทีมนี้เป็นเพียงสโมสรเล็กๆ ในประเทศสเปน เมื่อเปรียบเทียบกับ ลิเวอร์พูล แล้วประวัติศาสตร์ของทั้งสองทีม มันคนละเรื่องกันเลย

ในวัย 30 ปีของผม เชราร์ อุลลิเย่ร์ คือผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คนแรกที่ผมรู้จัก และแน่นอนว่าการจากไปของเขามันสร้างความสะเทือนใจเสียเหลือเกิน

ตามข่าวหน้าสื่อที่ออกมา สาเหตุการเสียชีวิตของ อุลลิเย่ร์ ในวัย 73 ปีคือเกี่ยวกับเรื่องหัวใจที่เขาต่อสู้มานานกว่า 10 ปี

หลับให้สบายครับ เชราร์ อุลลิเย่ร์ ที่ตรงนั้นคุณจะไม่ต้องทนทรมานอีกต่อไปแล้ว…

Share
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่   @stzean

Check Also

5เหตุผล เดแคลน ไรซ์ จะเลือกซบเชลซีมากกว่าแมนยู

เปิด 5 เหตุผลทำ …

มาดผู้นำ! คล็อปป์เผย1แข้งพูดปลุกใจเกมทุบสเปอร์ส !!!!

เจอร์เก้น คล็อป …

ทางการ!ดอร์ทมุนด์เด้งฟาฟร์ตกเก้าอี้กุนซือ

ดอร์ทมุนด์ ทนไม …

ป็อกบายันเต็มที่กับแมนยู 1000% ใครไม่รู้เรื่องอย่ามาพูด!

ปอล ป็อกบา จัดช …